คำตอบคือ นวัตกรรมในการเสริมสร้างทรงจมูกสมัยก่อน มีแค่การเสริมซิลิโคนและการฉีดฟิวเลอร์ แต่ปัจจุบันมีการร้อยไหมเข้ามาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่อยากมีจมูกที่โด่ง สวยและปลอดภัย หมอปูเลยอยากแสดงให้เห็นถึงข้อดีในการร้อยไหมจมูก เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกของคนที่สนใจนะคะ

ข้อดีของการร้อยไหมจมูก

– ร้อยไหมจมูกไม่เจ็บ !!!
– ร้อยไหมจมูกไม่ต้องผ่าตัด
– ร้อยไหมจมูกไม่ต้องพักฟื้น หลังทำจะบวมยาชา 3 วัน สามารถไปทำงานหรือไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังร้อยไหม
– ร้อยไหมจมูกจะทำให้ดั้งคุณโด่งขึ้นโดยที่รูปทรงจมูกคุณจะเหมือนเดิม แปลว่าหน้าคุณจะไม่เปลี่ยนแต่มีจมูกที่โด่งขึ้นค่ะ ( สำหรับคนที่กลัวว่าหน้าตัวเองจะแปลกไปหลังทำจมูก )
– ร้อยไหมนั้นดูเป็นธรรมชาติกว่าการเสริมซิลิโคน
– ร้อยไหมจมูกจะไม่มีการดึงหัวตาเข้ามาชิดกัน รูปทรงตาของคุณจะไม่เปลี่ยนค่ะ โหวงเฮงไม่เปลี่ยน !!!!!
– ร้อยไหมจมูกไม่ต้องคอยระวังการกระแทกบริเวณจมูก ไม่เบี้ยวง่ายเหมือนการเสริมซิลิโคน
– ร้อยไหมจมูกเหมาะสำหรับคนเป็นภูมิแพ้ที่ต้องการมีจมูกที่โด่งเพิ่มขึ้น เพราะเมื่ออาการภูมิแพ้กำเริบ จะมีพฤติกรรมคือ ต้องขยี้จมูกเพราะรู้สึกคัน ซึ่งไม่สามารถทำได้ในคนใส่ซิลิโคนจมูก
– ร้อยไหมจมูกจะไม่มีการไหลลงด้านข้างเหมือนการฉีดฟิลเลอร์
– ร้อยไหมจมูกสามารถนอนตะแคงหรือนอนคว่ำหรือทำกิจกรรมต่างๆได้ตามปกติทันทีหลังทำโดยไม่เสียรูปจมูก
– สามารถร้อยไหมเพิ่มเติมได้ถ้ายังไม่พอใจ
– ร้อยไหมจมูกสัมผัส หรือจับแล้วรู้สึกเหมือนเนื้อเราเอง
– ร้อยไหมจมูกไม่แข็งเป็นสันสามารถโยกขยับจมูกได้เหมือนธรรมชาติ
– ร้อยไหมจมูกอยู่คงรูปได้กึ่งถาวร !!! ขึ้นอยู่กับการสร้างคอลลาเจนของแต่ละบุคคล
– ร้อยไหมจมูก ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้มีดหมอ เสียเลือดน้อย
– ร้อยไหมจมูกใช้เวลาในการทำเพียง 15-20 นาที ไม่ต้องดมยา ไม่ต้องวางยาสลบ
– ร้อยไหมจมูกไม่ต้องพักฟื้นสามารถไปทำงานได้ทันทีหลังทำไม่ต้องลางาน
– ร้อยไหมจมูกสามารถอยู่ได้เกือบถาวรค่ะ แต่จะคงอยู่หรือไม่ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ 1 ปริมาณไหมที่ใส่ เช่น 90 เส้น ย่อมแน่นและอยู่นานกว่าร้อย 30 เส้นค่ะ และ 2. ปริมาณคอลลาเจนที่สร้างค่ะ หลังทำหมอจะบังคับให้คนไข้ทานคอลลาเจน ถ้าทานสม่ำเสมอก็อยู่นานไปตลอดค่ะ ถ้าไม่ทานเลยก็ยุบได้ค่ะ

ส่วนเรื่องของความเขียวช้ำหลังทำ, ราคา, ภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ หรือความเจ็บระหว่างทำ ปัญหาเหล่านี้หมอปูคิดว่าการร้อยไหมจมูกและการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลและความชำนาญของแพทย์แต่ละท่านในการร้อยไหมหรือใส่แท่งซิลิโคนด้วยค่ะ